วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2552

กฎหมายในชีวิตประจำวัน วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับทะเบียนต่างๆ


วิธีปฎิบัติเกี่ยวกับทะเบียนต่างๆ

๑. แจ้งเกิดเด็กใหม่
ไปแจ้งที่ไหน?- ถ้าท่านอยู่ในเขตเทศบาล ต้องไปแจ้งที่สำนักงานเทศบาล- ถ้าท่านอยู่ตามหมู่บ้าน ต้องไปแจ้งที่ผู้ช่วยนายทะเบียนประจำหมู่บ้าน หรือที่ที่ว่าการอำเภอก็ได้- ต้องแจ้งเกิดภายใน ๑๕ วัน แต่ถ้ามีเหตุจำเป็น สามารถแจ้งได้ภายใน ๓๐ วันนับแต่วันเกิดนำหลักฐานอะไรไปบ้าง ?- นำสำเนาทะเบียนบ้านของท่านไปด้วยเสียค่าธรรมเนียมกี่บาท ?- ไม่ต้องเสีย

๒. แจ้งคนตาย
ไปแจ้งที่ไหน?- หากคนตายในเขตเทศบาล ต้องไปแจ้งที่สำนักงานเทศบาล- หากคนตายในหมู่บ้าน ต้องไปแจ้งที่ผู้ช่วยนายทะเบียนประจำหมู่บ้าน หรือที่ที่ว่าการอำเภอก็ได้- ต้องไปแจ้งภายใน ๒๔ ชั่วโมง นับตั้งแต่เวลาตายหรือพบศพ แต่ถ้าท้องที่ใดการคมนาคมไม่สะดวก อาจแจ้งได้ภายใน ๗ วันนำหลักฐานอะไรไปบ้าง ?- นำสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ตายไปด้วยเสียค่าธรรมเนียมกี่บาท ?- ไม่ต้องเสีย


๓. แจ้งย้ายที่อยู่ไปอำเภออื่น กรณีแจ้งก่อนออกจากบ้าน
ไปแจ้งที่ไหน? - ถ้าท่านอยู่ในเขตเทศบาล ต้องไปแจ้งที่สำนักงานเทศบาล แล้วรอใบแจ้งย้ายถือไปเองด้วย แล้วนำไปมอบสำนักงานเทศบาลที่ท่านไปอยู่ใหม่ หรือที่ผู้ช่วยนายทะเบียนประจำหมู่บ้านที่ท่านไปอยู่ใหม่- ถ้าท่านอยู่ตามหมู่บ้าน ต้องไปแจ้งที่ที่ว่าการอำเภอ แล้วขอรับใบแจ้งย้ายถือไปเองด้วย แล้วนำไปมอบสำนักงานเทศบาลที่ท่านไปอยู่ใหม่ หรือที่ผู้ช่วยนายทะเบียนประจำหมู่บ้านที่ท่านไปอยู่ใหม่นำหลักฐานอะไรไปบ้าง ?- นำสำเนาทะเบียนบ้าน บ้านเดิมของท่านก่อนย้ายออกไปด้วย - นำบัตรประจำตัวประชาชนของท่านไปด้วย- นำบัตรประจำตัวประชาชนนองเจ้าบ้านไปด้วย กรณีที่ท่านมิได้เป็นเจ้าบ้านในบ้านก่อนย้ายออก- นำหนังสือมอบหมายจากเจ้าบ้านให้ท่านไปแจ้งแทน กรณีท่านไปแจ้งย้ายแทนคนอื่น และท่านไม่มีชื่ออยู่ในสำเนาทะเบียนบ้านที่ขอย้ายออกเสียค่าธรรมเนียมกี่บาท ?- ไม่ต้องเสีย


๔. แจ้งย้ายที่อยู่ กรณีแจ้งหลังจากไปอยู่บ้านใหม่ในอำเภออื่นแล้ว
ไปแจ้งที่ไหน? - ถ้าท่านอยู่ในเขตเทศบาล ต้องไปแจ้งที่สำนักงานเทศบาล บอกเจ้าหน้าที่ว่า " ขอแจ้งย้ายปลายทาง "- ถ้าที่อยู่ใหม่อยู่ในหมู่บ้าน ท่านต้องไปแจ้งที่ที่ว่าการอำเภอ บอกเจ้าหน้าที่ว่า " ขอแจ้งย้ายปลายทาง "นำหลักฐานอะไรไปบ้าง ?- นำสำเนาทะเบียนบ้าน บ้านใหม่ที่ท่านไปอยู่ด้วย - นำบัตรประจำตัวประชาชนของท่านไปด้วย- นำบัตรประจำตัวของเจ้าบ้านไปด้วย กรณีที่ท่านมิได้เป็นเจ้าบ้านในบ้านที่ท่านเข้าไปอยู่ใหม่- นำหนังสือมอบหมายจากเจ้าบ้านให้ท่านไปแจ้งแทน กรณีท่านไปแจ้งย้ายแทนคนอื่น เสียค่าธรรมเนียมกี่บาท ?- เสียค่าแจ้งย้ายปลายทาง ๕ บาท


๕. แจ้งย้ายที่อยู่ กรณีย้ายเข้าย้ายออกภายในอำเภอเดียวกัน
ไปแจ้งที่ไหน? - ถ้าอยู่ในเขตเทศบาล ท่านต้องไปแจ้งที่สำนักงานเทศบาล - ถ้าอยู่ในหมู่บ้าน ท่านต้องไปแจ้งที่ที่ว่าการอำเภอ บอกเจ้าหน้าที่ว่า หรือที่ผู้ช่วยนายทะเบียนประจำหมู่บ้านนำหลักฐานอะไรไปบ้าง ?- นำสำเนาทะเบียนบ้าน ทั้งบ้านเดิมและบ้านที่เข้าอยู่ใหม่ไปด้วย - นำบัตรประจำตัวประชาชนของท่านไปด้วย- นำบัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าบ้านไปด้วย กรณีท่านมิได้เป็นเจ้าบ้าน ไม่ว่าบ้านเดิมหรือบ้านเข้าอยู่ใหม่- นำหนังสือมอบหมายจากเจ้าบ้านให้ท่านไปแจ้งแทน กรณีท่านไปแจ้งเข้า-ย้ายออกแทนคนอื่น เสียค่าธรรมเนียมกี่บาท ?- ไม่ต้องเสีย

๖. แจ้งสร้างบ้านใหม่ แจ้งขอเลขบ้าน แจ้งรื้อถอนบ้าน
ไปแจ้งที่ไหน? - อยู่ในเขตเทศบาล ต้องไปแจ้งที่สำนักงานเทศบาล - อยู่ในหมู่บ้าน ต้องไปแจ้งที่ผู้ช่วยนายทะเบียนประจำหมู่บ้าน หรือไปแจ้งที่ที่ว่าการอำเภอ นำหลักฐานอะไรไปบ้าง ?- นำบัตรประจำตัวประชาชนของท่านไปด้วย- นำใบอนุญาติปลูกบ้าน ใบอนุญาตรื้อถอน กรณีในเขตเทศบาลเสียค่าธรรมเนียมกี่บาท ?- ไม่ต้องเสีย


๗. ขอทำบัตรประจำตัวประชาชน กรณีอายุครบ ๑๕ ปี
ไปแจ้งที่ไหน? - ไปที่ที่ว่าการอำเภอ ที่ท่านอยู่นำหลักฐานอะไรไปบ้าง ?- นำสำเนาทะเบียนบ้านที่ท่านมีชื่ออยู่ไปด้วยเสียค่าธรรมเนียมกี่บาท ?- ไม่ต้องเสีย


๘. ขอทำบัตรประจำตัวประชาชน กรณีบัตรหมดอายุ หรือชำรุดเสียหาย
ไปแจ้งที่ไหน? - ไปที่ที่ว่าการอำเภอ ที่ท่านอยู่นำหลักฐานอะไรไปบ้าง ?- นำสำเนาทะเบียนบ้านที่ท่านมีชื่ออยู่- สำเนาแจ้งความบัตรหายที่ที่ว่าการ- นำบัตรเดิม กรณีบัตรหมดอายุ หรือบัตรชำรุด- นำหนังสือรับรองว่าบัตรหายจริงจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือจากเทศบาล กรณีบัตรหาย- กรณีเป็นชายให้นำหลักฐานทางทหารไปด้วย เช่น ส.ด. ๙, ส.ด. ๘, ส.ด. ๔๓เสียค่าธรรมเนียมกี่บาท ?- ไม่ต้องเสีย ถ้าเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบัตรทำครั้งก่อน พบว่ากำหนดอายุไม่เกิน ๖๐ วัน- เสียค่าปรับ ๑๐ - ๒๐ บาท ถ้าตรวจสอบบัตรทำครั้งก่อนพบว่าหมดอายุเกินกว่า ๖๐ วัน


๙. ขอเปลี่ยนชื่อตัว
ไปแจ้งที่ไหน? - ไปที่ที่ว่าการอำเภอ นำหลักฐานอะไรไปบ้าง ?- นำหลักฐานสำเนาทะเบียนบ้านที่ท่านมีชื่ออยู่- นำบัตรประจำตัวประชาชนของท่านไปด้วยเสียค่าธรรมเนียมกี่บาท ?- ๒๕ บาท ( ถ้านักเรียนมีใบรับรองจากโรงเรียนไม่ต้องเสีย )- ถ้าขอเปลี่ยนชื่อบุตรเกิดใหม่ภายใน ๖ เดือน นับแต่เกิดไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม


๑๐. ขอเปลี่ยนชื่อสกุล หรือจดทะเบียนตั้งชื่อสกุล
ไปแจ้งที่ไหน? - ไปที่ที่ว่าการอำเภอ นำหลักฐานอะไรไปบ้าง ?- นำสำเนาทะเบียนบ้านที่ท่านมีชื่ออยู่- นำบัตรประจำตัวประชาชนของท่านไปด้วยเสียค่าธรรมเนียมกี่บาท ?- ๕๐ บาท

๑๑. แจ้งขอเพิ่มชื่อในทะเบียน
ไปแจ้งที่ไหน? - ถ้าอยู่ในเขตเทศบาล ต้องไปแจ้งที่สำนักงานเทศบาล - ถ้าที่อยู่ในหมู่บ้าน ต้องไปแจ้งที่ที่ว่าการอำเภอ นำหลักฐานอะไรไปบ้าง ?กรณีขอเพิ่มชื่อเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ- บิดาหรือมารดาเด็กต้องไปแจ้งด้วยตนเอง- หนังสือให้ถ้อยคำรับรองของผู้ใหญ่บ้านหรือกำนัน ถ้านำบุคคลเหล่านี้ไปด้วยพร้อม ๆ กันจะเร็วขึ้น- หนังสือให้ถ้อยคำรับรองของผู้ทำคลอด- หนังสือให้ถ้อยคำรับรองของเพื่อนบ้านอาวุโสใกล้เคียง ๒ ท่าน- ทะเบียนนักเรียน ( ถ้ามี )กรณีขอเพิ่มชื่อผู้ทีบรรลุนิติภาวะแล้ว และเกิดหลัง พ.ศ. ๒๔๙๙ - เจ้าตัวผู้ต้องการเพิ่มชื่อต้องไปแจ้งด้วยตนเอง- หนังสือให้ถ้อยคำรับรองของบิดามารดาของผู้แจ้ง ( ถ้ายังมีชีวิตอยู่ )- หนังสือให้ถ้อยคำรับรองของผู้ใหญ่บ้านหรือกำนัน ถ้านำบุคคลเหล่านี้ไปด้วยพร้อม ๆ กันจะเร็วขึ้น- หนังสือให้ถ้อยคำรับรองของผู้ทำคลอด- หนังสือให้ถ้อยคำรับรองของเพื่อนบ้านอาวุโสใกล้เคียง ๒ ท่าน- ทะเบียนนักเรียน ( ถ้ามี )กรณีเพิ่มชื่อผู้ที่บรรลุนิติภาวะแล้ว และเกิดก่อน พ.ศ. ๒๔๙๙- นำหลักฐานทุกอย่างเช่นเดียวกันกรณีผู้แจ้งเกิดหลัง พ.ศ. ๒๔๙๙ เว้นแต่ไม่ต้องมีหนังสือให้ถ้อยคำรับรองของผู้ทำคลอดเสียค่าธรรมเนียมกี่บาท ?- ไม่ต้องเสีย


๑๒. แจ้งขอขึ้นทะเบียนทหาร
ไปแจ้งที่ไหน? - แจ้งไปที่ที่ว่าการอำเภอ ภูมิลำเนาบิดา - มารดา หรือผู้ปกครองของท่าน เมื่อรู้ว่าท่านอายุครบ ๑๗ ปีนำหลักฐานอะไรไปบ้าง ?- นำสำเนาทะเบียนบ้านที่มีชื่อบิดา - มารดาหรือผู้ปกครองของท่านอยู่- นำบัตรประจำตัวประชาชนของท่านเสียค่าธรรมเนียมกี่บาท ?- ไม่ต้องเสีย



๑๓. จดทะเบียนสมรส
ไปแจ้งที่ไหน? - ไปที่ที่ว่าการอำเภอ ทั้งฝ่ายชาย ฝ่ายหญิงนำหลักฐานอะไรไปบ้าง ?- บัตรประจำตัวประชาชนของทั้งฝ่ายชาย และฝ่ายหญิง- นำบิดา มารดา หรือผู้ปกครองไปด้วย กรณีชาย หรือหญิงนั้นมีอายุไม่ครบ ๒๐ ปี หรือให้บิดา มารดา หรือผู้ปกครองทำหนังสือยินยอมมาก็ได้เสียค่าธรรมเนียมกี่บาท ?- ไม่ต้องเสีย




๑๔. ขอจดทะเบียนสมรสที่บ้าน
ไปแจ้งที่ไหน? - คู่สมรส หรือผู้แทนไปยื่นขอที่ที่ว่าการอำเภอ นำหลักฐานอะไรไปบ้าง ?- บัตรประจำตัวประชาชนของทั้งฝ่ายชาย และฝ่ายหญิง- บิดา - มารดา - ผู้ปกครอง ให้ความยินยอมกรณีฝ่ายหญิงหรือฝ่ายชายมีอายุไม่ครบ ๒๐ ปีเสียค่าธรรมเนียมกี่บาท ?- ๒๐๐ บาท พร้อมกับต้องจัดยานพาหนะรับ - ส่ง นายทะเบียนด้วย


๑๕. ขอหย่าขาดจากการเป็นสามี - ภรรยากัน
ไปแจ้งที่ไหน? - ไปที่ที่ว่าการอำเภอ กรณีทั้งสองฝ่ายยินยอมพร้อมใจกัน- ไปที่ศาล กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ยอมหย่า นำหลักฐานอะไรไปบ้าง ?- บัตรประจำตัวประชาชนของทั้ง ๒ ฝ่าย- นำหลักฐานใบสำคัญการสมรสไปด้วยเสียค่าธรรมเนียมกี่บาท ?- ถ้าหย่าที่ที่ว่าการอำเภอ ไม่ต้องเสีย- ถ้าหย่าโดยศาลสั่ง ต้องเสียค่าทนาย


๑๖. ขอคัดหรือรับรองทะเบียนบ้าน
ไปแจ้งที่ไหน?- ไปที่ที่ว่าการอำเภอนำหลักฐานอะไรไปบ้าง ?- นำสำเนาทะเบียนบ้านของท่านไปด้วยเสียค่าธรรมเนียมกี่บาท ?- ฉบับละ ๕ บาท- ไม่ต้องเสีย ถ้าเป็นกรณีนำไปใช้เพื่อ- การศึกษา- เข้ารับราชการทหาร- ขอสงเคราะห์ผู้มีบุตร- การจัดที่ดินเพื่ออยู่อาศัยของทางราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ หรือการประกอบอาชีพกสิกรรม- เพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการ หน่วยงานรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ


เรา คือ นักกฎหมาย


เอ็งกินเหล้าเมายาไม่ว่าหรอก


แต่อย่าออกนอกทางไปให้เสียผล


เอ็งอย่ากินสินบาทคาดสินบน


เรามันคนชนชั้นปัญญาตุลาการ




"ความไม่รู้กฎหมาย จะอ้างเป็นข้อแก้ตัว ไม่ได้"





วันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ประวัติ สุนัขสายพันธุ์ ปลั๊ก



ก่อนแเชื่อกันว่าสุนัขสายพันธุ์ "ปั๊ก" ถือกำเนิดในประเทศจีนเมื่อราว 400 ปีก่อนคริสตกาล อย่างไรก็ตาม จากหลักฐานการจดบันทึกทางประวัติศาสตร์บางชิ้นซึ่ง มีอายุย้อนไปได้เกือบ 600 ปีก่อนคริสตกาลก็มีการกล่าวถึง "สุนัขปากสั้น" ที่น่าจะเป็นบรรพบุรุษดั้งเดิมของสุนัขสายพันธุ์นี้มาล้ว
ในประเทศจีนยุคหนึ่ง ปั๊กได้รับสถานะเป็น “สุนัขหลวง” เป็นสมบัติส่วนพระองค์ของจักรพรรดิจีน พวกเค้าได้รับการปกป้องดูแลเฉกเช่นสมาชิกคนสำคัญ ในราชวงศ์ และในปี ค.ศ.950 ชื่อของปั๊กยังได้รับการกล่าวถึงในพจนานุกรมจีนซึ่งองค์จักรพรรดิคังซีทรงรับสั่งให้เหล่าราชบัณฑิตจัดทำขึ้นด้วย
เวลาต่อมา สุนัขสายพันธุ์ปั๊กก็เริ่มแพร่หลายไปยังภูมิภาคอื่นๆ ของโลก โดยมีสาเหตุหลักเนื่องมาจากการเดินทางค้าขายระหว่างประเทศจีนกับชาติอื่นๆ ซึ่งเจริญรุดหน้าขึ้นอย่างมาก ปั๊กจึงได้ไปปรากฏตัวและมีชื่อเสียงในประเทศต่างๆ แถบยุโรปทั้งฝรั่งเศส โปรตุเกส สเปน ฮอลแลนด์ และอังกฤษ โดยมักนิยมเลี้ยงในหมู่ชนชั้นสูง แต่ประเทศฝั่งตะวันตกที่ปั๊กสามารถสร้างชื่อเสียงโด่งดังที่สุดคงหนีไม่พ้น “ประเทศดัทช์ (Dutch)” หรือ “ประเทศฮอลแลนด์” เพราะที่นี่ปั๊กได้รับการยกย่องให้เป็นสุนัขหลวงประจำราชวงศ์ออเรนจ์แห่งฮอลแลนด์ หลังจากปั๊กตัวหนึ่งได้สร้างวีรกรรมในการช่วยชีวิต ‘เจ้าชายวิลเลี่ยม เดอะ ไซเลนท์ (William the Silent)’ เจ้าชายแห่งฮอลแลนด์เอาไว้ โดยการเห่าเตือนเจ้าชายให้ล่วงรู้ถึงการบุกรุกของมือสังหารชาวสเปน 2 คนซึ่งลักลอบเข้ามายังที่พักของพระองค์ ระหว่างทำสงครามกับสเปน ณ เมือง Hermingny ในปี ค.ศ.1572
ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18 ที่การประกวดสุนัขในประเทศอังกฤษเฟื่องฟูที่สุด ปั๊กก็เป็นสุนัขอีกสายพันธุ์หนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในสนามประกวด ถึงกับมีการสั่งซื้อปั๊กสีดำจากประเทศจีนเพื่อนำมาโชว์ตัวในงานประกวดโดยเฉพาะ สุนัขสายพันธุ์นี้ได้รับการรับรองจาก AKC เมื่อปี ค.ศ.1885 และคงเป็นเพราะความน่ารัก ตลกขบขัน พร้อมดวงตาใสซื่อเป็นประกายที่เป็นเสน่ห์อันไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน จึงทำให้ปั๊กสามารถครองความนิยมมาได้ถึงทุกวันนี้
ลักษณะทั่วไป
ลำตัวมีขนาดเล็กกะทัดรัด สมส่วน อกกว้าง โครงสร้างลำตัวเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส
ขนาด
ทั้งตัวผู้และตัวเมียควรมีความสูงอยู่ในช่วง 22-28 เซนติเมตร และมีน้ำหนักประมาณ 6.5-8 กิโลกรัม
ศีรษะ
หัวเป็นทรงกลมเมื่อมองจากด้านหน้า ใบหน้าแบนเมื่อมองจากด้านข้าง หัวใหญ่ แต่ได้สัดส่วนกับลำตัว
จมูก
จมูกมีสีดำ กว้าง มองด้านข้างไม่เห็นดั้งจมูก
ตา
ดวงตากลมโต นัยน์ตาสีเข้ม แววตาอ่อนโยน อยากรู้อยากเห็น สดใสเป็นประกาย
หู
ใบหูสีดำ เล็ก บาง อ่อนนุ่มเหมือนผ้ากำมะหยี่ มี 2 แบบคือหูกุหลาบและหูกระดุม
หูกระดุม (Button Ear)
หูกุหลาบ (Rose Ear)
ปาก
ปากสั้นทู่ ควรมีสีดำ ฟันสบกันพอดี หรือฟันล่างครอบฟันบนเล็กน้อย
มาร์คกิ้ง
จมูก ปาก หน้า หู และนิ้วเท้า ควรมีสีดำ
รอยย่น
รอยย่นเป็นเอกลักษณ์สำคัญของสุนัขพันธุ์นี้ ปั๊กที่ถูกมาตรฐานควรจะมีรอยย่นที่ริมฝีปาก ใบหน้า หน้าผาก เรื่อยลงมาจนถึงใต้คางเป็นชั้นๆ เป็นลอนใหญ่ ลึกลงไปถึงหลังต้นคอ
ขา
ขาแข็งแรง มั่นคง ขาไม่งอ เวลายืนขาจะทำมุมตั้งฉากกับพื้น
เท้า
เท้ามีขนาดไล่เลี่ยกับเท้ากระต่าย ลักษณะของเท้าไม่ถึงกับกลมมน แต่ก็ไม่แบะออกจากกันมาก ปลายเท้าและเล็บเท้าควรมีสีดำ
หาง
หางควรขดเป็นวงแน่นจนแลดูคล้ายกับเลขหนึ่งไทย หางที่สมบูรณ์จะต้องขดเป็นวง 2 ชั้น และตั้งอยู่บนส่วนหลังของสะโพก ปลายหางจะม้วนคร่อมพาดเฉียงออกทางด้านใดด้านหนึ่งของลำตัว
ขน
มีขนสองชั้น สั้นแต่หนา เส้นขนอ่อนนุ่มแต่ไม่ถึงกับพลิ้วและไม่แข็งกระด้าง
สี
สีครีมอมน้ำตาล หรือสีดำ สำหรับปั๊กสีดำการมีสีขาวที่อกและท้องถือเป็นเรื่องปกติ แต่สีอื่นๆ ไม่ควรมีสีขาวแซมเป็นอันขาด
หนูเป็นหมาขี้ร้อนคะ ชอบนั่งหน้าเพราะ แอร์เย็นดี
ถ้าเป็นรถเก๋งแบบซีวิค ให้นอนข้างหลังก็ได้ นะคะ นอนสบายสุดๆ
อันที่จิงหนูตัวไม่ใหญ่มาก ... ถ้าให้นั่งหลังก็ต้อง เอาขนมมาเคี้ยวเล่นให้ด้วยคะ ไม่งั้นหนู ไม่ยอมด้วย